Skip to content

สายมู

มูเตลู

เรื่องของความเชื่อ ไสยศาสตร์ อยู่คู่กับคนไทยมานาน ตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ในช่วงปีหลัง ๆ ความเชื่อเหล่านี้ได้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในกลุ่มผู้มีอิทธิพลในวงการแฟชั่น เช่น ดารานักแสดง เซเลป กลับมาในชื่อของ มูเตลู หรือ เรียกกันเป็นคำฮิตติดปากว่า สายมู นั่นเอง

เครื่องรางสายมู

เครื่องรางของคลัง หรือ เครื่องรางสายมูที่คนส่วนใหญ่ให้ความนิยมกันอย่างมากในปัจจุบัน เพราะเป็นสิ่งของที่ช่วยในการเยียวยาจิตใจสามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่ จึงเป็นที่นิยมในหมู่มาก และ บางแบรนด์ก็ทำมานำเทรนแฟชั่นให้เป็นที่นิยมได้ในปัจจุบัน

เสริมโชคลาภ

ปัจจุบันคนหันมาหาที่พึ่งทางจิตใจกันมากขึ้นหรือเสริมดวงชะตา ไม่ว่าจะเป็น สักลายมือ ลงนะหน้าทอง สักน้ำมัน หรือเป็นการดูดวงเพื่อเสริมโชคลาภให้กับตัวเองยังมีสิ่งที่ช่วยเสริมดวงอีกมากมายที่ให้ท่านได้เลือกใช้เพื่อมาเป็นตัวช่วยในการเสริมโชคลาภอีกทาง

ทำความรู้จักกับ “มูเตลู” คืออะไร

มูเตลู คือ การนับถือความเชื่อเหนือธรรมชาติที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ มีหลักการเชื่อมโยงกับเทพเจ้า การทำพิธีกรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทอง ความรัก อำนาจ เสริมโชคลาภ และดวงชะตาให้กับชีวิต รวมไปถึงการหยั่งรู้อนาคตเรื่องของความเชื่อ ไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ การดูไพ่ การเสริมดวงและโชคชะตา รวมถึงการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นการหลอมรวมความเชื่อของศาสนาพุทธ พราหมณ์ การนับถือผีและสิ่งเร้นลับเข้าด้วยกัน จนกลืนกลายเป็นความเชื่อที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจผู้คน ส่วนคำว่า “มูเตลู” มาจากภาพยนตร์สยองขวัญสัญชาติอินโดนีเซีย ที่มีชื่อเรื่องว่า มูเตลู ศึกไสยศาสตร์ (Penangkal Ilmu Teluh) ออกฉายครั้งแรกในปี 1979 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับหญิงสาวสองคนที่เปิดศึกแย่งชิงชายอันเป็นที่รัก ผ่านการร่ายเวทย์มนต์คาถา ในบางช่วงบางตอนมีคำว่า “มูเตลู มูเตลู” ดังนั้นความหมายของมูเตลูในเวอร์ชั่นภาพยนต์จึงสื่อถึงไสยศาสตร์ปัจจุบันสายมูถูกนำมาเป็นชื่อเรียกสั้น ๆ ที่มีความหมายเชิงบวก ในเรื่องของความเชื่อ ไสยศาสตร์ เครื่องรางของขลัง สายมูต้องระวังโดยเชื่อว่าเมื่อบูชาในสิ่งนั้นหรือศรัทธาในสิ่งนั้นแล้วจะช่วยส่งเสริมในด้านการงาน การเงิน โชคลาภ และความรัก

สายมูความรัก

สายมูเรียกทรัพย์

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม)

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือที่รู้จักกันในนาม “วัดแขก” ตั้งอยู่ในย่านสีลมของกรุงเทพมหานคร เป็นวัดที่มีความเก่าแก่และเป็นที่น่าสนใจทั้งในเชิงศาสนาและเชิงวัฒนธรรมได้รับการก่อสร้างครั้งแรกในปี พ.ศ. 2324 (ค.ศ. 1781) ในรัชสมัยของพระเจ้ากรุงธนบุรี (พระบาทสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) และในภายหลังได้ปรับปรุงและขยายส่วนต่าง ๆ มากมายในช่วงเวลาต่าง ๆ เป็นวัดที่สร้างตามสถาปัตยกรรมไทยแบบคลาสสิค มีจักรวาลและศิลปะต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เห็นได้จากสถาปัตยกรรมของอาวุโสและอาคารต่าง ๆ ที่ประดับด้วยอุปกรณ์ศิลปะสร้างสรรค์ ทั้งหน้าต่างและประตูปูนสวยงาม วัดสายมูใกล้ฉัน

พระตรีมูรติ หรือ พระสทาศิวะ หน้าห้างฯ เซ็นทรัลเวิลด์

พระสทาศิวะหรือ “พระสาธาณสถิตวรรณานุสาวรีย์” เป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นบริเวณที่สงบเงียบและสัญจรของคนเมืองสามารถมาร่วมกันทำบุญหลังงานช้อปปิ้งหรือกิจกรรมในห้างฯได้ ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2556 ในโอกาสพระราชสมภพ 60 พรรษาของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระสทาศิวะถูกออกแบบและสร้างขึ้นอย่างงดงาม มีการใช้เทคนิคการสร้างรูปปั้นและการแสดงสีอย่างมืออาชีพ โดยรูปปั้นจะมีความหลากหลายและสวยงาม นอกจากนี้ยังมีบริเวณรอบๆ พระสทาศิวะที่จัดสร้างมาเพื่อให้ผู้คนสามารถทำพิธีลงน้ำกระดูกบรรพชิตได้ในวันพระราชพิธีสำคัญ และยังมีบริเวณให้บริการการแสดงภาพประวัติศาสตร์ผ่านการใช้เทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ด้วย

เทวาลัยพระพิฆเนศ สี่แยกห้วยขวาง

เทวาลัยพระพิฆเนศถูกสร้างขึ้นในแนวศาสนาพุทธเป็นการเป็นสัญลักษณ์แห่งการปกป้องและปลดปล่อยสลายภัยพิบัติ มีความเชื่อว่าการนั่งตรงข้ามสิ่งศักดิ์สิทธิ์ความหมายเป็นการพิจารณาถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า และสร้างความสงบเรียบร้อยในใจมนุษย์ที่ตั้งของเทวาลัยพระพิฆเนศที่สี่แยกห้วยขวาง ทำให้เป็นจุดรวมของคนมาทำบุญและรำลึกถึงความเรียบง่ายและความเมตตาในชีวิต ศิลปะการสร้างนี้จึงมีความสำคัญทางศาสนาและสัญลักษณ์ต่อคนหลาย ๆ คนที่ผ่านไปเยือนสี่แยกห้วยขวางเทวาลัยพระพิฆเนศ สี่แยกห้วยขวางเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความหมายทางศาสนาและวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังเป็นจุดรวมของคนที่กลางเมืองที่สนใจเรื่องศิลปะและการปกป้องความเรียบง่ายในชีวิตของตนเอง

ศาลพระแม่ลักษมี ตึกเกษรวิลเลจ

“พระแม่ลักษมี” หนึ่งในเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งย่านราชประสงค์ที่ประดิษฐานอยู่ ณ ดาดฟ้าชั้น 4 ศูนย์การค้าเกษร โดยในแต่ละวันจะมีผู้คนหลากหลายอาชีพ และศิลปินชื่อดังขึ้นมาสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู “พระแม่ลักษมี” เป็นเทวีแห่งโชคลาภ ความมั่งคั่งร่ำรวย ความอุดมสมบูรณ์ มีกำเนิดจากฟองน้ำในคราวที่เหล่าเทวดาและอสูรกวนเกษียรสมุทรเพื่อทำน้ำอมฤต โดยขณะที่ผุดขึ้นมานั้นประทับนั่งในดอกบัวและพระหัตถ์ถือดอกบัวด้วย จึงมีอีกพระนามว่า ปัทมา หรือ กมลา “พระแม่ลักษมี” เป็นพระชายาคู่บารมีของพระนารายณ์ (หรือพระวิษณุ) ได้รับการยกย่องว่ามีสิริโฉมงดงามเหนือเทวีอื่นใด ในวรรณคดีรามเกียรติ์นั้น พระนางลักษมีได้อวตารไปเป็นนางสีดาเพื่อเป็นมเหสีของพระนารายณ์ที่อวตารเป็นพระราม ในหมู่ของผู้เคารพเชื่อว่า “พระแม่ลักษมี” ให้คุณในด้านการทำมาค้าขาย เจรจาต่อรอง การประกอบธุรกิจทุกสาขา ตลอดจนประทานโภคทรัพย์ เงินทอง สมบัติแก่ผู้บูชาและประกอบความดีอยู่เป็นนิจ